เซต
เป็นคำที่ใช้บ่งบอกถึงกลุ่มของสิ่งต่างๆ และเมื่อกล่าวถึงกลุ่มใดแน่นอนว่าสิ่งใดอยู่ในกลุ่ม สิ่งใดไม่อยู่ในกลุ่ม เช่น
เซตสระในภาษาอังกฤษ หมายถึง กลุ่มของอังกฤษ a, e, i, o และ u
เป็นคำที่ใช้บ่งบอกถึงกลุ่มของสิ่งต่างๆ และเมื่อกล่าวถึงกลุ่มใดแน่นอนว่าสิ่งใดอยู่ในกลุ่ม สิ่งใดไม่อยู่ในกลุ่ม เช่น
เซตสระในภาษาอังกฤษ หมายถึง กลุ่มของอังกฤษ a, e, i, o และ u
เซตของจำนวนนับที่น้อยกว่า 10
หมายถึง กลุ่มตัวเลข 1,2,3,4,5,6,7,8,และ9
สิ่งที่ในเชตเรียกว่า สมาชิก ( element หรือ members )
สมาชิกของเซตจะใช้สัญลักษณ์
“ € ” แทนคำว่าเป็นสมาชิกหรืออยู่ใน เช่น
A = {1,2,3,4} จะได้ว่า
1 เป็นสมาชิกของ A หรืออยู่ใน A เขียนแทนด้วย 1 € A
3 เป็นสมาชิกของ A หรืออยู่ใน A เขียนแทนด้วย 3 € A
1 เป็นสมาชิกของ A หรืออยู่ใน A เขียนแทนด้วย 1 € A
3 เป็นสมาชิกของ A หรืออยู่ใน A เขียนแทนด้วย 3 € A
คำว่า “ไม่เป็นสมาชิก” หรือ
“ไม่อยู่ใน” เขียนด้วยสํญลักษณ์ “ € ” เช่น 5 ไม่เป็นสมาชิกของ A หรือไม่อยู่ใน A
เขียนแทน 5 € A 7 ไม่เป็นสมชิกชอง A หรือไม่อยู่ใน A เขียนแทนด้วย 7 € A
สำหรับเซต A ซึ่งมีสมาชิก 4 ตัว เราจะใช้ n(A) เพื่อบอกจำนวนสมาชิกของเซต A นั่นคือ n(A) = 4
เซตจำกัด
คือ
เซตซึ่งมีจำนวนสมาชิกต็มบวกหรือศูนย์
ตัวอย่างเซตจำกัด
ได้แก่
A = {0,2,4,…,10} , n(A)
= 11
B = {x| x เป็นพยัญชนะในคำว่า “เซตว่าง” }, n( A ) = 4
C = {1,2,…,8}
เซตอนันต์
คือ
เซตที่มีจำนวนมากมาย
นับไม่ถ้วน
ตัวอย่างเซตอนันต์
ได้แก่
A = {x| x เป็นจำนวนเฉพาะที่มากกว่า 5 }
B = {x| x 3,7,11,15,…}
C = {1,2,3,…}
ข้อตกลงเกี่ยวกับเซต
1.เซตว่างเป็นเซตจำกัด
2.การเขียนเซตแบบแจกแจงสมาชิกเขียนสมาชิกแต่ละตัวเพียงครั้งเดียวเท่านั้น เช่น เซตของเลขโดดที่อยู่ในจำนวน 232 คือ {2,3}
3.เซตของจำนวนที่มักจะกล่าวถึงเสมอและใช้กันทั่วไป มีดังนี้
I
เป็นเซตของจำนวนเต็ม หรือ I = {…,-2,-1,0,1,2,...}
I
เป็นเซตของจำนวนต็มบวก หรือ I = {1,2,3,…}
I
เป็นเซตของจำนวนต็มลบ หรือ I = {-1,-2,-3,…}
N
เป็นเซตของจำนวนนับ หรือ N = {1, 2, 3,…}
P
เป็นเชตของจำนวนเฉพาะ หรื P = { 2, 3 , 5 , 7,…}
เซตที่เท่ากัน
เซต A = B หมายถึง สมาชิกทุกตัวของเซต A เป็นสมาชิก ของเซต A เป็นสมาชิกของเซต B เป็นสมาชิกของเซต A เท่ากับเซต B เขียนแทนด้วย A = B และเซต A ไม่เท่ากับเซต B หมายความว่า
มีสมาชิกอย่างน้อยหนึ่งตัวของเซต A ที่ไม่ใช้สมาชิกของเซต B
หรือมีสมาชิกอย่างน้อยของเซต B ที่ไม่ใช่สมาชิกของเซต
A เขียนแทนด้วย AB
ตัวอย่าง A = {0,1,2 } และ B = {2,0,1}
ดั้งนั้น
เซต A เท่ากันกับเซต B เขียนแทนด้วย A = B
เอกภพสัมพัทธ์
ในการเขียนเซตบอกเงื่อนไขของสมาชิก จะต้องกำหนดเซตของ เอกภพสัมพัทธ์ เขียนแทนด้วย U โดยมีข้อตกลงว่า เมื่อกล่าวถึงสมาชิกของเซต
จะไม่กล่าวถึงสิ่งอื่นนอกเหนือจากสมาชิกในเอกภพสัมพัทธ์
ตัวอย่าง U = {x| x เป็นพยัญชนะในภาษาไทย } และ {x| x เป็นพยัญชนะในภาษาไทย 3 ตัวแรก }
สับเซตและเพาเวอร์เซต
ตัวอย่าง U = {x| x เป็นพยัญชนะในภาษาไทย } และ {x| x เป็นพยัญชนะในภาษาไทย 3 ตัวแรก }
จงเขียนเซต A แบบแจกแจงสมาชิก
U = {ก,ข,ค,...,ฮ}
ดังนั้น A = {ก,ข,ค}
สับเซตและเพาเวอร์เซต
เซต A เป็นสับเซตของเซต B ก็ต่อเมื่อ สมาชิกทุกตัวของ A เป็นสมาชิกของ B เขียนแทนด้วย AB เซต A ไม่เป็นสับเซตของเซต
B ก็ต่อเมื่อ มีสมาชิกอย่างน้อยหนึ่งตัวของเซต A ที่ไม่ป็นสมาชิกของเซต B เขียนแทนด้วย AB
เพาเวอร์เซต
บทนิยาม เพาเวอร์เซตของเซต A คือ เซตซึ่งประกอบด้วยสมาชิกที่เป็นสับเซตทั้งหมดของเซต A และสามารถเขียนแทนได้ด้วยสัญลักษณ์ P(A)
แผนภาพเวนน์-ออยเลอร์
เป็นแผนภาพที่ใช้แสดงความเกี่ยวข้องกับเซต เพื่ช่วยในการคำนวณหรือแก้ไขปัญหา มีวิธีการเขียนดังนี้ ให้เอกภพสัมพัทธ์ U แทนด้วยรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เซต A,B,C… ซึ่งเป็นสับเซตของ U แทนด้วยวงกลม วงรี หรือรูปปิดอื่นๆ โดยให้เซต A,B,C… อยู่ใน U
จำนวนของสมาชิกของเซตจำกัด
จำนวนของสมาชิกจำกัดของเซต A ใดๆ เขียนแทนด้วย n(A)
การหาจำนวนสมาชิกของเซตจำกัด ทำได้โดย
-
การนับแผนภาพของเวนน์-ออยเลอร์
-
การใช้หลักเกณฑ์ ต่อไปนี้
ถ้าเซต A เซต B และเซต C เป็นเซตจำกัด
- n(A
B) = n(A) +n(B) – n(A
B)
-
n(A B) = n(A) +n(B)+ n(C)-n(A B)-n(A C)-n(B C)+n(A
B C)
ที่มา : http://www.tutormathphysics.com/





